<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/47">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/47</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5990" />
        <rdf:li rdf:resource="https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5989" />
        <rdf:li rdf:resource="https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5988" />
        <rdf:li rdf:resource="https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5987" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-19T11:52:49Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5990">
    <title>แผนธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ครีมหมักผม ด้วยสารสกัดจากเกษตรอินทรีย์แบรนด์ Toganic</title>
    <link>https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5990</link>
    <description>Title: แผนธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ครีมหมักผม ด้วยสารสกัดจากเกษตรอินทรีย์แบรนด์ Toganic
Authors: กมลญาภรณ์ กลิ่นพวง
Abstract: ผลิตภัณฑ์แบรนด์ Toganic เป็นผลิตภัณฑ์ครีมหมักผมและหนังศีรษะ ประกอบไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติจากพืชสมุนไพรไทย อาทิ ใบหมี่ เหงือกปลาหมอ ขิง มะกรูด และอัญชัน ผลิตภัณฑ์ครีมหมักผมเกษตรอินทรีย์ผ่านการคิดค้นและพัฒนาสูตรให้เหมาะกับการบำรุงและดูแลเส้นผม โดยโรงงานผู้ผลิตตามสั่ง (OEM) ที่มีมาตรฐานการผลิตระดับสากล GMP, ISO 9001:2015, ISO 22716:2007 และ Green Industry&#xD;
&#xD;
ส่วนผสมจากธรรมชาติที่นำมาใช้เป็นสารสกัด ได้แก่ มะกรูด ขิง เหงือกปลาหมอ ใบหมี่ อัญชัน เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ผู้ที่ชื่นชอบในสมุนไพรไทย หรือกลุ่มคนที่ชอบทดลองสินค้าใหม่จำพวกปลอดภัยต่อสุขภาพและอ่อนโยน ที่ต้องการหลีกเลี่ยงสารเคมี มีอายุ 21-60 ปี ต้องการซื้อเป็นของฝาก หรือซื้อใช้เอง และทำให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มักใช้สารเคมีเป็นประจำ ต้องการจะพักจากสารเคมีหรือฝุ่นมลภาวะต่าง ๆ เช่น จากการทำสี ดัดลอน แล้วต้องการพักเส้นผมจากสารเคมีเหล่านี้&#xD;
&#xD;
ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้กับกลุ่มเป้าหมาย และสร้างการตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจในคุณภาพของสินค้า และเกิดการตัดสินใจเลือกซื้อหรือบอกต่อผู้บริโภคอื่นต่อไปได้&#xD;
&#xD;
ช่องทางการจัดจำหน่ายจะเป็นทั้ง B2B และ B2C จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านตัวแทนที่มีหน้าร้านเป็นร้านค้าของตัวเองที่ขายของทั่วไป ร้านขายผลิตภัณฑ์คลีนเพื่อสุขภาพ และร้านขายของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว และช่องทาง Social Media อาทิเช่น Facebook Page, Instagram, TikTok, LINE Official, Shopee และ Lazada บริษัทฯ จะเน้นการวางจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ร้อยละ 60 และช่องทางออฟไลน์ร้อยละ 40&#xD;
&#xD;
บริษัทฯ จะใช้เงินลงทุนส่วนตัวของเจ้าของทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 723,000 บาท ภายใน 5 ปี คาดว่าจะสร้างมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 2,289,406 บาท มีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) 87.56% และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) 1 ปี 5 เดือน</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5989">
    <title>Cross-Cultural Differences In Gender Management Practices: A Comparative Study Of China And Thailand</title>
    <link>https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5989</link>
    <description>Title: Cross-Cultural Differences In Gender Management Practices: A Comparative Study Of China And Thailand
Authors: Zhanminjia Wei
Abstract: This study explores cross-cultural differences in gender management practices in China and Thailand, focusing on the interplay of cultural and institutional factors. Based on semi-structured interviews with female employees, the research identifies challenges such as recruitment bias, promotion disparities, and limited access to gender-specific benefits. Findings indicate that China’s comprehensive legal framework is weakened by poor enforcement, while Thailand’s simpler regulations are more consistently applied in formal sectors. Cultural norms shaped by Confucianism and Buddhism also strongly influence workplace gender roles and leadership perceptions. The study suggests that improving workplace equity requires both stronger policy enforcement and cultural transformation. These insights provide practical guidance for cross-cultural human resource management, particularly in the context of growing collaboration between China and Thailand. The study answers the three research questions by identifying cross-country differences, explaining the cultural and institutional factors behind them, and suggesting actionable strategies for workplace equity.
Description: 46 leaves</description>
    <dc:date>2025-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5988">
    <title>แผนธุรกิจสำหรับถุงทวารเทียมราคาประหยัดเพื่อการดูแลผู้ป่วยที่ดียิ่งขึ้น</title>
    <link>https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5988</link>
    <description>Title: แผนธุรกิจสำหรับถุงทวารเทียมราคาประหยัดเพื่อการดูแลผู้ป่วยที่ดียิ่งขึ้น
Authors: รุจิพัชร์  ฉัตรหิรัญศศิธร
Abstract: อุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ของประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดโรคที่เพิ่มสูงขึ้น และการเสื่อมถอยของร่างกายและอวัยวะตามอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการขยายตัวของระบบสาธารณสุข ข้อมูลในปี 2565 ระบุว่ามูลค่าตลาดยาและเวชภัณฑ์ในประเทศไทยอยู่ที่ 238,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต จากปัจจัยข้างต้น หนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงคือ อุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยทวารเทียม ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2559 ระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยที่ต้องใช้ถุงทวารเทียมมากกว่า 150,000 ราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักที่ผู้ป่วยและหน่วยงานสาธารณสุขต้องเผชิญคือ ต้นทุนที่สูงของสินค้านำเข้า ส่งผลให้ภาครัฐและผู้ป่วยต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก&#xD;
&#xD;
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โครงการ "ทาวาฬ" จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาถุงทวารเทียมราคาประหยัดแต่คุณภาพสูง โดยใช้โมเดล OEM (Original Equipment Manufacturer) ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกันยังสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยชาวไทยมากขึ้น โครงการนี้มุ่งเน้นช่องทางการจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายผ่าน โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada และ LINE Official เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้สะดวกขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่าย และยังคงได้รับถุงทวารเทียมที่มีประสิทธิภาพดี โครงการนี้มีเงินลงทุนเริ่มต้น 3.87 ล้านบาท โดยมาจากเงินทุนของเจ้าของธุรกิจ 1 ล้านบาท และเงินกู้ 2.87 ล้านบาท คาดการณ์รายได้จากการขายถุงทวารเทียมในปีที่ 1 อยู่ที่ 5 ล้านบาท จากยอดขาย 10,000 กล่อง และเติบโตขึ้นทุกปี โดยปีที่ 5 คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 50,625 กล่อง คิดเป็นรายได้ 25.3 ล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้นต่อหน่วยอยู่ที่ 218 บาทต่อกล่อง จุดคุ้มทุนของธุรกิจอยู่ที่ 165 กล่องต่อเดือน หรือประมาณ 6 กล่องต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่ธุรกิจสามารถทำได้จริง และช่วยให้สามารถทำกำไรได้&#xD;
&#xD;
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงบางประการ เช่น ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่อาจเพิ่มขึ้น การแข่งขันจากคู่แข่งรายใหม่ และการบริหารกระแสเงินสด กลยุทธ์สำคัญในการลดความเสี่ยง ได้แก่ การเจรจากับซัพพลายเออร์หลายรายเพื่อลดต้นทุนการผลิต การสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ผ่านคุณภาพที่ดีขึ้น และการควบคุมต้นทุนการตลาดโดยใช้โมเดล Affiliate Marketing ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา โครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและหน่วยงานสาธารณสุขโดยลดการนำเข้าสินค้าราคาแพงจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสม ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง "ทาวาฬ" มีศักยภาพในการเป็นผู้นำตลาดถุงทวารเทียมของประเทศไทย และสามารถขยายไปสู่ตลาดระดับภูมิภาคในอนาคต ธุรกิจนี้ไม่เพียงให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ยังส่งเสริมระบบสุขภาพของประเทศ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทวารเทียมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
Description: 84 แผ่น</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5987">
    <title>การศึกษารูปแบบของภาวะผู้นำที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานโรงแรมราคาประหยัดแห่งหนึ่ง</title>
    <link>https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5987</link>
    <description>Title: การศึกษารูปแบบของภาวะผู้นำที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานโรงแรมราคาประหยัดแห่งหนึ่ง
Authors: ปณต ทองเสฐียร
Abstract: งานวิจัยนี้ศึกษาอิทธิพลของรูปแบบภาวะผู้นำ 4 แบบ ได้แก่ ภาวะผู้นำแบบดั้งเดิม ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน ภาวะผู้นำด้านวิสัยทัศน์ และภาวะผู้นำโดยธรรมชาติ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความผูกพันต่อองค์กร ของพนักงานโรงแรมราคาประหยัดแห่งหนึ่งในประเทศไทย การวิจัยเชิงปริมาณนี้เก็บข้อมูลจากพนักงาน 362 คนผ่านแบบสอบถาม และวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์ และการถดถอยพหุคูณ&#xD;
&#xD;
การศึกษาพบว่า พนักงานรับรู้ว่าภาวะผู้นำทุกรูปแบบรวมถึงประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับสูงถึงสูงที่สุด ในขณะที่ความผูกพันต่อองค์กรอยู่ในระดับสูง สำหรับอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการทำงาน พบว่าภาวะผู้นำแบบดั้งเดิม ภาวะผู้นำด้านวิสัยทัศน์ และภาวะผู้นำโดยธรรมชาติ ส่งผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะภาวะผู้นำโดยธรรมชาติที่มีอิทธิพลสูงสุด อย่างไรก็ตาม ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนกลับส่งผลเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กร แสดงให้เห็นว่า ภาวะผู้นำแบบดั้งเดิมและภาวะผู้นำโดยธรรมชาติส่งผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนและภาวะผู้นำด้านวิสัยทัศน์ไม่พบอิทธิพลที่มีนัยสำคัญทางสถิติ
Description: 120 แผ่น</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

