Please use this identifier to cite or link to this item:
https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5988| Title: | แผนธุรกิจสำหรับถุงทวารเทียมราคาประหยัดเพื่อการดูแลผู้ป่วยที่ดียิ่งขึ้น |
| Other Titles: | Affordable colostomy bag design and business plan for improved patient care |
| Authors: | รุจิพัชร์ ฉัตรหิรัญศศิธร |
| Keywords: | ภาวะผู้ประกอบการและนวัตกรรม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ถุงทวารเทียม สังคมผู้สูงอายุ ต้นทุนสินค้านำเข้า โมเดล OEM |
| Issue Date: | 2568 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| Abstract: | อุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ของประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดโรคที่เพิ่มสูงขึ้น และการเสื่อมถอยของร่างกายและอวัยวะตามอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการขยายตัวของระบบสาธารณสุข ข้อมูลในปี 2565 ระบุว่ามูลค่าตลาดยาและเวชภัณฑ์ในประเทศไทยอยู่ที่ 238,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต จากปัจจัยข้างต้น หนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงคือ อุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยทวารเทียม ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2559 ระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยที่ต้องใช้ถุงทวารเทียมมากกว่า 150,000 ราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักที่ผู้ป่วยและหน่วยงานสาธารณสุขต้องเผชิญคือ ต้นทุนที่สูงของสินค้านำเข้า ส่งผลให้ภาครัฐและผู้ป่วยต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โครงการ "ทาวาฬ" จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาถุงทวารเทียมราคาประหยัดแต่คุณภาพสูง โดยใช้โมเดล OEM (Original Equipment Manufacturer) ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกันยังสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยชาวไทยมากขึ้น โครงการนี้มุ่งเน้นช่องทางการจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายผ่าน โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada และ LINE Official เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้สะดวกขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่าย และยังคงได้รับถุงทวารเทียมที่มีประสิทธิภาพดี โครงการนี้มีเงินลงทุนเริ่มต้น 3.87 ล้านบาท โดยมาจากเงินทุนของเจ้าของธุรกิจ 1 ล้านบาท และเงินกู้ 2.87 ล้านบาท คาดการณ์รายได้จากการขายถุงทวารเทียมในปีที่ 1 อยู่ที่ 5 ล้านบาท จากยอดขาย 10,000 กล่อง และเติบโตขึ้นทุกปี โดยปีที่ 5 คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 50,625 กล่อง คิดเป็นรายได้ 25.3 ล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้นต่อหน่วยอยู่ที่ 218 บาทต่อกล่อง จุดคุ้มทุนของธุรกิจอยู่ที่ 165 กล่องต่อเดือน หรือประมาณ 6 กล่องต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่ธุรกิจสามารถทำได้จริง และช่วยให้สามารถทำกำไรได้ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงบางประการ เช่น ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่อาจเพิ่มขึ้น การแข่งขันจากคู่แข่งรายใหม่ และการบริหารกระแสเงินสด กลยุทธ์สำคัญในการลดความเสี่ยง ได้แก่ การเจรจากับซัพพลายเออร์หลายรายเพื่อลดต้นทุนการผลิต การสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ผ่านคุณภาพที่ดีขึ้น และการควบคุมต้นทุนการตลาดโดยใช้โมเดล Affiliate Marketing ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา โครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและหน่วยงานสาธารณสุขโดยลดการนำเข้าสินค้าราคาแพงจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสม ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง "ทาวาฬ" มีศักยภาพในการเป็นผู้นำตลาดถุงทวารเทียมของประเทศไทย และสามารถขยายไปสู่ตลาดระดับภูมิภาคในอนาคต ธุรกิจนี้ไม่เพียงให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ยังส่งเสริมระบบสุขภาพของประเทศ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทวารเทียมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน |
| Description: | 84 แผ่น |
| URI: | https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/5988 |
| Appears in Collections: | Thematic Paper |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| TP EM.008 2568.pdf Restricted Access | 2.51 MB | Adobe PDF | View/Open Request a copy |
Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.