Please use this identifier to cite or link to this item:
https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/6020| Title: | การพัฒนากำลังคนแบบองค์รวมโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Holistic Workforce Development) กรณีศึกษา บริษัท ชวรักษ์ จำกัด=Holistic Workforce Development Case study Chavarak Co.,ltd. |
| Authors: | พันธุ์ธัช อนุรักติพันธุ์ |
| Keywords: | ภาวะผู้ประกอบการและนวัตกรรม การพัฒนากำลังคนแบบองค์รวม บริษัท ชวรักษ์ จำกัด |
| Issue Date: | 2568 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| Abstract: | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษา พัฒนา และประเมินผลโครงการพัฒนากำลังคนแบบองค์รวม (Holistic Workforce Development) เพื่อแก้ไขปัญหาภาระงานที่ไม่สมดุล, โครงสร้างหน้าที่ที่ไม่ชัดเจน และการขาดโอกาส ในการพัฒนาตนเองของบุคลากร ณ ฝ่ายสำนักงานใหญ่ บริษัท ชวรักษ์ จำกัด การวิจัยนี้ใช้การ ออกแบบวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการหลักเป็นพนักงาน จำนวน 10 ท่าน และคณะผู้บริหาร ดำเนินการวิจัยในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม ถึง สิงหาคม พ.ศ. 2568 กระบวนการวิจัยประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก คือ 1) การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เข้าร่วม โครงการทุกคนเพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐาน 2) การดำเนินวงจรการวิจัยนำร่อง (Pilot Study) กับพนักงาน 1 ท่านเพื่อทดสอบกระบวนการ 3) การนำระบบจัดการเอกสาร (DMS) มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงระบบ และ 4) การขยายผลการโค้ช (Coaching) โดยใช้ GROW Model และแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ควบคู่ไปกับการประเมินผลด้านทักษะความสามารถ (Skill & Competency) อย่างต่อเนื่อง เครื่องมือที่ ใช้ในการเก็บข้อมูลประกอบด้วยแนวทางการสนทนาเพื่อการโค้ชตามหลัก GROW Model, เครื่องมือ แผนพัฒนารายบุคคล (IDP) และแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจต่อระบบ DMS การวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาเชิงแก่นสาระ (Thematic Analysis) ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการที่นำมาใช้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างมี นัยสำคัญ พนักงานมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองชัดเจนขึ้น การสัมภาษณ์และการใช้ IDP ช่วยให้สามารถระบุช่องว่างทางทักษะและความต้องการในการพัฒนาที่แท้จริงของพนักงานแต่ละคน ได้ การโค้ชในหัวข้อต่างๆ ได้รับการตอบรับที่ดีและช่วยเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่การนำ DMS เบื้องต้นมาใช้ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงานเอกสารได้บางส่วน อย่างไรก็ ตาม พบความท้าทายในการบริหารจัดการเวลาสำหรับการพัฒนาและการปรับตัวของพนักงาน บางส่วนต่อการเปลี่ยนแปลง สรุปได้ว่า แนวทางการพัฒนากำลังคนแบบองค์รวมที่ขับเคลื่อนด้วยการ วิจัยเชิงปฏิบัติการนี้ เป็นแนวทางที่มีประสิทธิผลในการสร้างรากฐานการพัฒนาบุคลากรที่ยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในบริบทขององค์กร และสร้างการเรียนรู้ที่สำคัญให้กับทั้งพนักงาน และองค์กร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัทฯ ต่อไปใน อนาคต |
| URI: | https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/6020 |
| Appears in Collections: | Thematic Paper |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| TP EM.013 2568.pdf Restricted Access | 180.35 kB | Adobe PDF | View/Open |
Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.