Please use this identifier to cite or link to this item:
https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/6126| Title: | คุณภาพการบริการและภาพลักษณ์ตราสินค้าในมุมมองการจัดการเชิงกลยุทธ์ต่อความพึงพอใจของ Dog Parents ผู้ใช้บริการ Premium Pet Grooming ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล =Service Quality and Brand Image from A Strategic Management Perspective on The Satisfaction of Dog Parents Using Premium Pet Grooming Services in Bangkok and Its Vicinity |
| Authors: | สุรีย์พร ไวว่อง |
| Keywords: | การจัดการและกลยุทธ์ คุณภาพการบริการ ภาพลักษณ์ตราสินค้า ความพึงพอใจ การจัดการเชิงกลยุทธ์ Premium Pet Grooming |
| Issue Date: | 2568 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| Abstract: | การวิจัยเรื่อง “คุณภาพการบริการและภาพลักษณ์ตราสินค้าในมุมมองการจัดการเชิงกลยุทธ์ต่อความพึงพอใจของ Dog Parents ผู้ใช้บริการ Premium Pet Grooming ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมของ Dog Parents ที่ใช้บริการ 2) ศึกษาปัจจัยด้านคุณภาพการบริการ ภาพลักษณ์ตราสินค้า คุณค่าที่รับรู้ ภูมิทัศน์บริการ และการรับรู้ความเชี่ยวชาญ ที่ส่งผลต่อความพึงพอใจ และ 3) เสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาการให้บริการ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยศึกษากลุ่มตัวอย่าง Dog Parents ที่ใช้บริการ Premium Pet Grooming ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 400 คน ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 32–38 ปี สถานภาพโสด จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001–50,000 บาท ด้านพฤติกรรมการใช้บริการพบว่า ส่วนใหญ่เลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็ก 1 ตัว ใช้บริการอาบน้ำตัดแต่งขนเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้งหรือน้อยกว่า มีค่าใช้จ่าย 1,001–1,500 บาทต่อครั้ง และนิยมจองคิวผ่านโซเชียลมีเดีย ผลการทดสอบสมมติฐานที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ภาพลักษณ์ตราสินค้า (Beta = 1.147) ซึ่งมีอิทธิพลสูงสุด รองลงมาคือ คุณภาพการบริการ (Beta = 0.191) และภูมิทัศน์บริการ (Beta = 0.111) โดยสมการสามารถอธิบายความผันแปรของความพึงพอใจได้ร้อยละ 88.90 ($R^2$ = 0.889) ขณะที่ปัจจัยด้านคุณค่าที่รับรู้และการรับรู้ความเชี่ยวชาญไม่ส่งผลต่อความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากผลการวิจัย ผู้วิจัยเสนอว่า ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ตราสินค้าที่สะท้อนความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้เป็นลำดับแรก เพื่อลดความเสี่ยงทางอารมณ์ของลูกค้า รองลงมาคือการพัฒนาคุณภาพการบริการ โดยเน้นความรวดเร็วในการตอบสนอง การรายงานสถานะระหว่างรับบริการแบบเรียลไทม์ และการจัดภูมิทัศน์บริการให้มีมาตรฐานสุขอนามัยระดับคลินิก เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนในตลาดพรีเมียม |
| URI: | https://archive.cm.mahidol.ac.th/handle/123456789/6126 |
| Appears in Collections: | Thematic Paper |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| TP MS.072 2569.pdf Restricted Access | 386.39 kB | Adobe PDF | View/Open |
Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.